งานน่าเบื่อที่ควรโยนให้ AI กับงานที่ควรเก็บไว้ทำเอง
นั่งก๊อปปี้ตัวเลขซ้ำเดิมจนดึกดื่นแล้วสงสัยว่าควรโยนงานนี้ให้ AI หรือเปล่า บทความที่ปฏิบัติได้ที่สุดในชุดนี้ พร้อมตารางสี่ช่องช่วยแยกงานที่โยนแล้วชีวิตดีขึ้นจริงกับงานที่โยนแล้วเสียดายทีหลัง
มีอยู่คืนหนึ่งผมนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ตอนสี่ทุ่ม มือข้างหนึ่งถือใบเสร็จ อีกข้างพิมพ์ตัวเลขลงตารางเดียวกันซ้ำไปซ้ำมา ทำแบบนี้มาสามชั่วโมงแล้ว ไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังทำอะไรที่มีค่าเลย
พอเพื่อนแนะนำให้ยกงานนี้ให้ AI ช่วยทำ ผมกลับลังเล ไม่ใช่เพราะกลัวมันทำไม่ได้ แต่รู้สึกแปลก ๆ เหมือนกำลังโกงงานตัวเอง ทั้งที่งานแบบนี้ไม่มีใครอยากทำด้วยซ้ำ
พูดตรง ๆ ปัญหาของหลายคนที่ใช้ AI ไม่ได้อยู่ที่ไม่รู้จะใช้ยังไง แต่อยู่ที่ไม่รู้ว่าควรโยนงานไหน เก็บงานไหนไว้ทำเองหรือเปล่า?
เวลาที่หายไปกับงานที่ไม่มีใครอยากทำ
จริง ๆ แล้วงานแบบก๊อปปี้ตัวเลข สรุปประชุมยาวเป็นชั่วโมง ไม่ได้ทำให้ใครเก่งขึ้นหรือมีความสุขขึ้นเลย แค่ต้องทำเพราะเป็นส่วนหนึ่งของงาน
ความสุขในงานมาจากสามอย่าง คุมชีวิตตัวเองได้ (autonomy) เก่งขึ้นจริง (competence) เชื่อมโยงกับคนอื่น (relatedness) งานซ้ำซากแบบก๊อปปี้แปะแทบไม่แตะเลย ดังนั้นถ้ามีงานกลุ่มไหนโยนให้ AI แล้วชีวิตดีขึ้นจริง ควรเป็นกลุ่มนี้

ตารางสี่ช่อง งานแบบไหนโยนได้ แบบไหนควรเก็บ
ทีนี้คำถามคือ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่างานไหนควรโยน งานไหนไม่ควร?
ลองแบ่งงานทุกวันด้วยสองแกน แกนแรกคืองานนั้นซ้ำหรือไม่ซ้ำ แกนที่สองคืองานนั้นมีความหมายกับเราหรือเปล่า เป็นเสียงของเราเอง หรือใครทำก็ได้ผลลัพธ์เหมือนกัน
| ซ้ำ (ทำบ่อย) | ไม่ซ้ำ (ทำเฉพาะครั้ง) | |
|---|---|---|
| มีความหมายกับเรา | โยนได้บางส่วน — เก็บจุดตัดสินใจไว้เอง | เก็บไว้ทำเอง สร้าง competence ให้เรา |
| ไม่มีความหมายกับเรา | โยนทิ้งได้เต็มที่ ชีวิตดีขึ้นจริง | โยนได้ แต่ต้องตรวจทานเองก่อนใช้ |
งานไม่ซ้ำมีความหมาย เช่นคิดกลยุทธ์สำคัญ แบบนั้นเก็บไว้ทำเองเถอะ งานซ้ำไม่มีความหมาย เช่นจัดฟอร์แมตไฟล์ แบบนี้โยนได้เต็มที่ ช่องที่คนตัดสินใจผิดคือช่องซ้ายบน
ช่องที่โยนแล้วเสียดายทีหลัง
เอาจริง ๆ ผมเคยโยนงานแบบนี้ทิ้งไปทั้งหมดครั้งหนึ่ง แล้วเสียใจทีหลัง ตอนนั้นเขียนอีเมลขอบคุณลูกค้าทุกเดือน ให้ AI เขียนแทนหมด เร็วขึ้นจริง แต่ลูกค้าคนหนึ่งตอบกลับว่า "อ่านแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่คุณที่เขียน" งานที่ดูซ้ำจากภายนอก ข้างในยังมีความสัมพันธ์อยู่
คือว่างานแบบนี้หลอกตาได้ง่าย ดูเหมือนซ้ำเพราะทำทุกเดือน แต่จริง ๆ แล้วเนื้อในเปลี่ยนไปตามคนที่คุยด้วย โยนทั้งกระบวนการโดยไม่เหลือส่วนที่เป็นเรา ความสัมพันธ์จะจางไปแบบไม่ทันสังเกต ทางที่ใช้ตอนนี้คือให้ AI ร่างโครงมาก่อนแล้วแก้เองสักสองประโยค ส่วนตัวผมว่าคำแนะนำให้โยนทุกอย่างที่ซ้ำโดยไม่เช็คก่อนอันตราย

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่างานไหนควรเก็บ
ลองถามแบบนี้ก่อนโยนงานทุกครั้ง ถ้าคนอื่นทำงานนี้แทนเราทั้งหมด ผลลัพธ์เหมือนกันเป๊ะ เราจะเสียอะไรไปไหม? ไม่รู้สึกอะไรเลย โยนได้เต็มที่ แต่ถ้าเสียดายบางอย่าง นั่นคือสัญญาณว่างานนี้มีเราอยู่มากกว่าที่คิด อีกวิธีคือสังเกตว่าเวลาทำเราคิดอยู่หรือแค่ทำตามขั้นตอน แบบนั้นมักโยนได้ ส่วนงานที่ยังต้องเลือกและใส่มุมมองตัวเอง แบบนั้นเก็บไว้ดีกว่า
ทีนี้ลองดูตัวอย่าง prompt สำหรับงานซ้ำที่โยนได้เต็มที่ เช่นงานสรุปข้อมูลจากหลายไฟล์ให้เป็นตารางเดียว
ช่วยอ่านข้อมูลจากไฟล์ที่แนบมาทั้งหมด แล้วสรุปเป็นตารางเดียวโดยมีคอลัมน์: วันที่ ชื่อรายการ จำนวนเงิน หมวดหมู่
- ถ้าข้อมูลไม่ครบ ทำเครื่องหมาย [ตรวจสอบ] แทนการเดาเอง
- เรียงตามวันที่จากเก่าไปใหม่
- สรุปยอดรวมแยกตามหมวดหมู่ไว้ท้ายตาราง
- ห้ามปัดเศษตัวเลข ให้แสดงตามต้นฉบับ
พรอมป์แบบนี้ใช้ได้กับงานซ้ำที่ไม่มีความหมายกับเราแทบทุกแบบ เพราะแค่ต้องการผลลัพธ์ที่ถูกต้อง ไม่ได้ต้องการเสียงของตัวเอง
เมื่อโยนงานแล้วเวลาที่เหลือหายไปไหน
มีจุดหนึ่งสำคัญไม่แพ้การเลือกว่าจะโยนงานไหน คือว่าเวลาที่ได้คืนมาเอาไปทำอะไรต่อ ถ้าโยนงานน่าเบื่อทิ้งแล้วไปรับงานน่าเบื่อเพิ่มสิบชิ้น ความสุขไม่มีทางเพิ่มขึ้น เพราะสิ่งที่เปลี่ยนคือปริมาณงาน ไม่ใช่คุณภาพเวลา เอาจริง ๆ นี่คือจุดที่หลายคนพลาดโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า
ดังนั้นก่อนโยนงานอะไรให้ AI ลองถามว่าเวลาที่ได้คืนมาจะเอาไปทำอะไร เรียนรู้ใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงาน หรือพักจริง ๆ ถ้ายังตอบไม่ได้ กลับไปคิดว่าโยนงานนี้เพื่ออะไรกันแน่
คืนนั้นที่นั่งก๊อปปี้ตัวเลขจนดึกดื่น ถ้าย้อนกลับไปได้ผมคงยกงานนั้นให้ AI ตั้งแต่ต้น แต่คำถามที่ค้างอยู่ทุกครั้งที่จะโยนงานออกไปคือ งานชิ้นนี้ไม่มีใครอยากทำจริง ๆ หรือแค่เป็นงานที่เรายังไม่ได้ลองทำดี ๆ กันแน่?
chat_bubble_outlineความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย