บทความทั้งหมด

ตั้งวิธีใช้ AI ที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นจริง

3 ส.ค. 2569GrowGeniusอ่าน 13 นาที9

ปิดชุดด้วยคำถามว่าทำไมความตื่นเต้นตอนแรกที่ใช้ AI ถึงจางหายไปเร็ว พร้อมพาไปรู้จัก hedonic adaptation และนิสัยเล็ก ๆ ที่ช่วยวัดผลจากสิ่งที่สำคัญกว่าความเร็ว


เดือนที่แล้วผมไล่เช็กแชตกับ AI ย้อนหลังดูเล่น ๆ พบว่าคุยกันมาหลายร้อยข้อความ แต่พอถามตัวเองว่าตอนนี้ชีวิตดีขึ้นจริงไหม คำตอบกลับไม่ชัดเจน งานเสร็จเร็วขึ้นแน่ ๆ แต่ความรู้สึกดีขึ้นแบบเดือนแรกกลับจางไปหมดแล้ว เหมือนของเล่นใหม่ที่เคยตื่นเต้น กลายเป็นแค่เครื่องมือธรรมดา

เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่า AI ใช้ไม่ได้ผล จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องธรรมชาติของสมองล้วน ๆ ทีนี้ตลอดชุดนี้เราคุยกันมาหลายมุม ตั้งแต่กับดักของแต่ละคนจนถึงความเหงา ก่อนจบ อยากชวนคุยเรื่องที่อธิบายว่าทำไมความตื่นเต้นแรกจางหายไปแบบนั้น

ทำไมของใหม่ทำให้ตื่นเต้นได้ไม่นาน

จริง ๆ แล้วปรากฏการณ์นี้มีชื่อทางจิตวิทยาคือ hedonic adaptation หรือ "hedonic treadmill" คือว่าคนเรามี "จุดความสุขพื้นฐาน" ที่ค่อนข้างคงที่ ไม่ว่าเจอเรื่องดีหรือแย่แค่ไหน ความรู้สึกจะไหลกลับจุดเดิมเสมอ แม้เหตุการณ์เปลี่ยนชีวิตอย่างเลื่อนตำแหน่งก็ยังเป็นแบบนั้น

สาเหตุคือสมองตอบสนองต่อความแปลกใหม่เป็นพิเศษ พอสิ่งนั้นคุ้นเคย การตอบสนองก็ลดลง เหมือนความตื่นเต้นจากโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่จางในไม่กี่สัปดาห์ AI ก็ไม่ต่างกัน วันแรกที่มันเขียนอีเมลแทนเราได้คือมหัศจรรย์ พอผ่านไปก็แค่เครื่องมือธรรมดา ดังนั้นถ้ายังวัดความสุขจากความตื่นเต้นตอนแรก เราจะรู้สึกว่า AI จืดลง ทั้งที่มันอาจยังช่วยเราได้เท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม

คนถือโทรศัพท์มือถือมองด้วยสีหน้าเฉย ๆ ไม่ตื่นเต้นเหมือนวันแรก

แล้วควรวัดผลจากอะไรแทน

พูดตรง ๆ การวัดจากความตื่นเต้นเป็นคำถามที่ผิดตั้งแต่ต้น คำถามที่เหมาะกว่าคือว่า เดือนนี้ AI คืนเวลาให้เราไปเท่าไหร่ แล้วเราเอาเวลานั้นไปทำอะไรกันแน่ ถ้าเวลาที่คืนมาไหลไปกับงานเพิ่มจนวันทำงานยาวขึ้นเรื่อย ๆ นั่นไม่ใช่ชีวิตที่ดีขึ้น

วัดผลแบบเดิม วัดผลแบบที่ควรลอง
AI ยังตื่นเต้นเหมือนวันแรกไหม เวลาที่ประหยัดได้ถูกเอาไปทำอะไร
ใช้ฟีเจอร์ใหม่ครบทุกอันหรือเปล่า งานที่มีความหมายมีสัดส่วนมากขึ้นไหม
AI ฉลาดกว่าเดือนก่อนหรือเปล่า ได้เจอคนที่อยากเจอมากขึ้นหรือน้อยลง

พอเปลี่ยนคำถามแบบนี้ คำตอบจะจริงใจกับชีวิตเรามากกว่าเดิม เพราะวัดสามแกนที่ทำให้มีความสุขจริง คือคุมชีวิตตัวเองได้ เก่งขึ้นจริง และเชื่อมโยงกับคนอื่น

นิสัยที่ควรตั้งไว้ ไม่ใช่กฎเหล็ก

เอาจริง ๆ ผมไม่อยากเรียกสิ่งเหล่านี้ว่ากฎ เพราะกฎมักพังเมื่อชีวิตเปลี่ยนจังหวะ ขอเรียกว่านิสัยเล็ก ๆ ที่ลองแล้วรู้สึกว่าช่วยได้จริง

อย่างแรกคือทบทวนทุกเดือนว่า AI คืนเวลาให้เท่าไหร่ แล้วไหลไปทางไหน ทีนี้อย่างที่สองคือเลือกงานที่โยนให้ AI อย่างตั้งใจ ไม่ใช่โยนเพราะขี้เกียจคิด งานซ้ำไม่มีความหมายโยนไปได้เต็มที่ งานที่เป็นเสียงเราจริง ๆ เก็บไว้ทำเองบ้าง เอาจริง ๆ อย่างที่สามคือถามเหตุผลจาก AI ไม่ใช่รับคำตอบเฉย ๆ จะยังทำให้เราเก่งขึ้นไปพร้อมกับมัน สุดท้ายคือกลับไปหาคนจริงเป็นระยะ ไม่ปล่อยให้ AI แทนที่บทสนทนากับคนไปเรื่อย ๆ หรือเปล่า

ก่อนจบ ขอพูดถึง MBTI สั้น ๆ เราใช้มันเป็นภาษากลางเพื่อเข้าใจความต่างของคน แต่มันไม่ใช่เครื่องมือวัดบุคลิกภาพที่แม่นยำทางวิทยาศาสตร์ ให้มองเป็นแว่นชั่วคราวสำหรับสังเกตตัวเอง ไม่ใช่ป้ายถาวรที่แปะติดตัวไปตลอด

สมุดบันทึกเปิดอยู่พร้อมปากกา บรรยากาศทบทวนตัวเองยามเช้า

ลองใช้ AI ช่วยทบทวนตัวเองดูสักครั้ง

ช่วยผมทบทวนเดือนที่ผ่านมา ผมใช้ AI ช่วยงานอะไรบ้าง [เล่ารายการงานคร่าว ๆ]
แล้วช่วยถามคำถามกลับมา 3 ข้อ ให้ผมคิดต่อว่าเวลาที่ประหยัดได้
ถูกเอาไปใช้ทำอะไร และงานที่มีความหมายกับผมมากขึ้นหรือน้อยลง

ให้ AI เป็นกระจกสะท้อนกลับ ไม่ใช่ให้มันฟันธงแทนเรา คำตอบที่ได้มีประโยชน์กว่าคำแนะนำสำเร็จรูป

ภาพมือสองข้างถือโทรศัพท์และสมุดจดคู่กัน สื่อถึงสมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับชีวิตจริง

สิ่งที่เปลี่ยนจริง ๆ ไม่ใช่เครื่องมือ

AI ตัวไหนดีที่สุดไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตจริง ๆ สิ่งที่เปลี่ยนคือวิธีที่เราเลือกใช้มันต่างหาก คนสองคนใช้ AI ตัวเดียวกัน คนหนึ่งอาจรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นจริง อีกคนอาจรู้สึกว่างเปล่ากว่าเดิม ดังนั้นความต่างจึงอยู่ที่แต่ละคนใช้มันเพิ่มหรือลดความรู้สึกคุมชีวิตตัวเองได้ เก่งขึ้นจริง และเชื่อมโยงกับคนอื่นกันแน่

ผมเองก็ตอบคำถามนี้ให้ตัวเองไม่ครบทุกวันหรอก บางวันรู้สึกใช้ได้ดี บางวันรู้สึกเหมือนปล่อยให้มันทำงานแทนจนเบาหวิว

เดือนหน้าลองกลับมาถามตัวเองอีกทีก็ได้ไหมว่า AI ที่ใช้อยู่ตอนนี้กำลังเพิ่มหรือลดสามอย่างนั้นให้เรากันแน่หรือเปล่า ถ้าอยากได้กรอบคิดที่ลึกกว่านี้ไปฝึกใช้ต่อ ในเว็บเรามีคอร์สที่ช่วยวางระบบใช้ AI แบบตั้งใจ ลองดูได้ตามสะดวก


เข้าสู่ระบบเพื่อกดถูกใจ

ความคิดเห็น (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย