บทความทั้งหมด

เร็วขึ้นแล้วทำไมไม่มีความสุขขึ้น

3 ส.ค. 2569GrowGeniusอ่าน 14 นาที24

คืนหนึ่งที่งานเสร็จเร็วขึ้นสิบเท่าแต่กลับรู้สึกว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก ชวนตั้งคำถามว่าทำไมความเร็วที่ AI ให้ไม่เท่ากับความสุข แล้วรู้จักสามแกนจากงานวิจัยที่บอกว่าความสุขจริงมาจากอะไรกันแน่


มีอยู่คืนหนึ่งผมใช้ AI ช่วยร่างข้อเสนอโครงการที่ปกติต้องใช้เวลาทั้งบ่าย แต่คราวนี้ไม่ถึงยี่สิบนาทีก็เสร็จ กดส่งไฟล์แล้วนั่งเฉย ๆ รู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ควรจะดีใจ

คืนนั้นเปิดกลุ่มไลน์ที่ทำงานดู เพื่อนคนหนึ่งตื่นเต้นที่ใช้ AI ทำสไลด์เสร็จเร็วมาก อีกคนพิมพ์กลับมาว่ากลัวอีกไม่กี่ปีตำแหน่งงานตัวเองจะไม่เหลือ สองความรู้สึกนี้เกิดในคนกลุ่มเดียวกัน วันเดียวกัน แล้วก็ไม่มีใครผิด

ผมเลยสงสัยว่าความรู้สึกว่างเปล่าตอนงานเสร็จเร็วแบบนั้น กับความกลัวตกงานที่เพื่อนพิมพ์มา เป็นเรื่องเดียวกันหรือเปล่า และถ้าใช่จริง ๆ แล้ว ทำไมเรายังแก้มันไม่ได้ทั้งที่เครื่องมือดีขึ้นทุกวัน

ความกลัวกับความประหยัดเวลาที่อยู่ในคนกลุ่มเดียวกัน

พอไปหาข้อมูลดูจริง ๆ ก็พบว่าความย้อนแย้งนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวคนเดียว ผลสำรวจ Ipsos "Thailand and AI in 2026" พบว่าคนไทยที่มีงานทำ 80% บอกว่า AI ช่วยประหยัดเวลาทำงาน สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 62% แต่ผลสำรวจเดียวกันพบว่าคนไทย 64% เชื่อว่า AI อาจแทนที่งานตัวเองได้ในห้าปี สูงสุดในโลกที่สำรวจมา

Ipsos ยังพบว่าคนไทย 77% ตื่นเต้นกับ AI สูงสุดในกลุ่มที่สำรวจ แต่ 61% ก็กังวลด้วย จุดที่น่าคิดคือว่าตัวเลขสองชุดนี้เกิดในกลุ่มคนเดียวกันได้ ตื่นเต้นกับกลัวพร้อมกันแบบนี้ฟังดูขัดแย้งใช่ไหม แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นเรื่องปกติกว่าที่คิด

คนทำงานไทยมองหน้าจอ AI สีหน้าผสมตื่นเต้นและกังวล

ทำไมเสร็จเร็วขึ้นไม่เท่ากับมีความสุขขึ้น

เอาจริง ๆ งานเสร็จเร็วขึ้นควรทำให้มีความสุขมากขึ้นสิ ใช่ไหม แต่ทำไมความรู้สึกจริงถึงไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป

HRD Connect รายงานปี 2026 ว่าคนที่ใช้ AI ทุกวันพึงพอใจในงานสูงกว่าคนอื่นจริง แต่กลุ่มเดียวกันนี้ก็เครียดสูงกว่าถึง 20% ด้วย พูดตรง ๆ คือพึงพอใจกับเครียดไม่ได้แยกกันคนละกลุ่ม แต่ซ้อนอยู่ในคนเดียวกันได้

ดังนั้นคำถามที่ควรถามอาจไม่ใช่ "เร็วขึ้นไหม" แต่คือ AI ทำให้เรารู้สึกคุมชีวิตตัวเองมากขึ้นหรือเปล่า เก่งขึ้นจริงหรือเปล่า หรือทำให้โดดเดี่ยวจากคนรอบตัวมากขึ้นหรือเปล่า

สามอย่างที่งานวิจัยบอกว่าทำให้เรามีความสุขจริง ๆ

กรอบที่อธิบายเรื่องนี้ได้ดีคือทฤษฎีการกำหนดตัวเอง หรือ Self-Determination Theory ของ Edward Deci และ Richard Ryan ที่เสนอว่ามนุษย์มีความต้องการทางใจพื้นฐานสามอย่าง เมื่อถูกตอบสนองจะมีแรงจูงใจและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจริง คือ autonomy เลือกเองได้ไม่ถูกบังคับ, competence ทำได้ดีจริงไม่ใช่แค่เสร็จ และ relatedness เชื่อมโยงกับคนอื่น

ทีนี้พอเอากรอบนี้มาส่องดู AI ก็เห็นชัดขึ้น เพราะ AI ไม่ได้เพิ่มหรือลดสามอย่างนี้เอง ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้มันแบบไหน ดังนั้นลองดูตารางนี้ว่าคุณอยู่ฝั่งไหนบ่อยกว่ากัน

ความต้องการ AI แบบเพิ่มความสุข AI แบบลดความสุข
Autonomy ช่วยคิด แล้วตัดสินใจเอง ปล่อยให้ AI ตัดสินใจแทนหมด
Competence อธิบายเหตุผล แล้วเรียนรู้ตาม รับคำตอบไปใช้เลยไม่เข้าใจที่มา
Relatedness แทนงานน่าเบื่อ เอาเวลาไปคุยกับทีม แทนการคุยกับเพื่อนร่วมงาน

ตารางเปรียบเทียบวิธีใช้ AI ที่กระทบความรู้สึกคุมได้ เก่งขึ้น เชื่อมโยงคน

แล้วทำไมบางคนใช้ AI แล้วมีความสุข บางคนใช้แล้วอึดอัด

ทีนี้อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ทำไมเพื่อนร่วมงานบางคนใช้ AI แล้วสนุก แต่อีกคนในทีมเดียวกันใช้แล้วอึดอัด ส่วนตัวผมว่าคำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัว AI เอง แต่อยู่ที่คนแต่ละแบบให้ความสำคัญกับสามอย่างข้างบนไม่เท่ากัน บางคนอยากคุมทิศทางเอง บางคนกังวลเรื่องความถูกต้อง บางคนรู้สึกว่างานต้องมีตัวตนตัวเองอยู่ด้วยถึงนับว่าเป็นงานของตัวเองจริง ๆ

คนแต่ละแบบเจอกับดักคนละจุด ซึ่งจะเล่าต่อในบทถัดไป ตอนนี้ขอตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนว่าปัญหาของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกันแบบนั้น แม้ใช้เครื่องมือเดียวกัน

ลองเช็กตัวเองดูสักหน่อย

ก่อนไปต่อ ลองเอาสามแกนนี้มาถามตัวเองดูสักครั้งก็ได้ ไม่ต้องมีคำตอบที่ถูกต้องตายตัว แค่สังเกตดูว่ารู้สึกยังไง

ช่วยฉันทบทวนสัปดาห์ที่ผ่านมา ถามทีละข้อ ไม่ต้องสรุปให้ทันที:
1. งานไหนที่ AI ช่วยแล้วฉันยังคุมทิศทางเองอยู่ ไม่ใช่แค่กดยอมรับ
2. งานไหนที่เสร็จแล้วฉันรู้สึกเก่งขึ้นจริง ไม่ใช่แค่เร็วขึ้น
3. มีช่วงไหนที่ฉันใช้ AI แทนการคุยกับคนอื่นหรือเปล่า

คนเขียนคำถามทบทวนตัวเองลงสมุดข้างแล็ปท็อปที่เปิดแชท AI ไว้

ผมเองก็ยังตอบคำถามพวกนี้ไม่ได้ครบทุกข้อ บางสัปดาห์คุมได้ดี บางสัปดาห์เหมือนกดปุ่มไปวัน ๆ เอาจริง ๆ อาจไม่มีใครตอบได้ครบตลอดเวลาด้วยซ้ำ

คำถามที่ผมยังคิดไม่จบคือว่า ถ้าเราวัดความสำเร็จของ AI แค่จากความเร็ว เราอาจนับผิดตัวเลขไปเรื่อย ๆ ครั้งหน้าที่เปิด AI ขึ้นมาทำงาน ลองสังเกตว่า ตอนนี้คุณคุมได้ เก่งขึ้น หรือเชื่อมโยงกับใครอยู่หรือเปล่า


เข้าสู่ระบบเพื่อกดถูกใจ

ความคิดเห็น (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย