บทความทั้งหมด

สายลงมือ (SP) กับความเบื่อเมื่อทุกอย่างง่ายไป

3 ส.ค. 2569GrowGeniusอ่าน 13 นาที4

ให้ AI เขียนพาดหัวแทนในสามนาทีที่เคยใช้เวลาเป็นชั่วโมง งานเสร็จเร็วขึ้นแต่กลับรู้สึกว่างเปล่า บทนี้ชวนรู้จักทฤษฎี Flow และวิธีแบ่งงานให้คนสายลงมือทำยังได้สนุกกับความท้าทายอยู่


ผมเคยชอบเขียนโพสต์โปรโมทสินค้าเอง นั่งคิดพาดหัว ลองผิดลองถูกเป็นชั่วโมงกว่าจะได้ประโยคที่โดนใจ พอเมื่อเดือนก่อนลองให้ AI เขียนแทนดูบ้าง มันออกมาดีเสียด้วยซ้ำ ใช้เวลาแค่สามนาที

จริง ๆ แล้ว ผมควรจะดีใจ งานเสร็จเร็วขึ้นตั้งเยอะ แต่พอปิดหน้าจอไปกลับรู้สึกว่างเปล่า เหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง ไม่ใช่ความภูมิใจแบบที่เคยได้ตอนคิดพาดหัวจนเจอประโยคที่ใช่

คุณเคยรู้สึกแบบนี้ไหม? ตอนที่งานเสร็จเร็วขึ้นมาก แต่กลับไม่ได้รู้สึกดีใจเท่าที่ควร

ทำไมงานที่เสร็จเร็วขึ้นไม่ได้แปลว่าสนุกขึ้นสำหรับคนกลุ่มนี้

คนที่ชอบลงมือทำแล้วเห็นผลทันที ในภาษา MBTI เรียกว่า SP ครอบคลุม ISTP ISFP ESTP ESFP ไคเซอร์เรียกกลุ่มนี้ว่า Artisan คือคนยืดหยุ่น ชอบลงมือทำ อยู่กับปัจจุบัน

พูดตรง ๆ ความสุขของคนกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์อย่างเดียว แต่อยู่ที่ระหว่างทางลงมือทำด้วย พอ AI ทำให้เสร็จในสามนาทีแบบนั้น มันเลยพรากความรู้สึกได้ลงมือเองไปพร้อมกัน

ตรงนี้ขอแทรกไว้สักนิด MBTI ไม่ใช่แบบทดสอบที่จัดประเภทคนได้แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ ผลตรวจซ้ำของคนคนเดียวกันก็ไม่ได้นิ่งเสมอไปตามที่นักวิจัยหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต แต่ผมยกมันมาเล่าเพราะช่วยให้คุยกันเรื่องความชอบที่ต่างกันได้ง่ายขึ้น ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นป้ายตัดสินใครสักคน

คนนั่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ AI เพิ่งเขียนงานเสร็จ สีหน้าเฉย ๆ ไม่ตื่นเต้น

ทฤษฎี Flow กับความยากที่ต้องพอดีกับทักษะ

เอาจริง ๆ เรื่องนี้มีงานวิจัยรองรับ นักจิตวิทยาชื่อ Mihaly Csikszentmihalyi ผู้ศึกษาสภาวะที่เรียกว่า Flow พบว่าความรู้สึกดื่มด่ำแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อความท้าทายของงานกับทักษะของเราสมดุลกัน ไม่ใช่แค่เรื่องความเชี่ยวชาญเดี่ยว ๆ

งานวิจัยของ Csikszentmihalyi และ Schneider ปี 2000 พบว่านักเรียนรายงานคุณภาพประสบการณ์และความมีส่วนร่วมสูงกว่าชัดเจน เมื่อความท้าทายตรงกับระดับทักษะ งานที่ง่ายเกินไปทำให้เบื่อ งานที่ยากเกินไปทำให้วิตกกังวล จุดสมดุลระหว่างสองขั้วนี้คือที่ที่ Flow เกิดขึ้น คุณเคยสังเกตไหมว่างานไหนทำแล้วเพลิน กับงานไหนทำแล้วเครียดจนอยากเลิกหรือเปล่า?

ทีนี้มีงานวิจัยที่ลึกกว่านั้นอีกชั้น คือว่าการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Journal of Happiness Studies ปี 2024 พบว่าความสัมพันธ์ระหว่างความท้าทายกับทักษะไม่ได้เป็นเส้นตรงเสมอไป บางกิจกรรม Flow เกิดขึ้นได้ตอนที่ความท้าทายสูงกว่าทักษะเล็กน้อย ไม่ใช่แค่พอดีเป๊ะเสมอไป

เมื่อ AI เอาความท้าทายไปเกือบหมด

ดังนั้นถ้าเอาแนวคิดนี้มามองงานที่ AI ช่วยทำ จริง ๆ แล้ว ปัญหามันชัดขึ้นทันที งานที่เคยท้าทายพอดีกับทักษะเรา พอ AI ทำให้เสร็จแทบทั้งหมด ความท้าทายก็หายไปด้วย เหลือแต่ความง่ายที่ไม่มีจุดสมดุลให้ยืนอีกต่อไป

แล้วมันแปลกไหมที่ตัวเลขประหยัดเวลากลับไม่ได้แปลว่าเรามีความสุขขึ้นเสมอไป? จากข้อมูลของ St. Louis Fed พบว่า 1 ใน 3 ของผู้ใช้ AI ทุกวันประหยัดเวลาได้อย่างน้อย 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตัวเลขนี้ฟังดูดีถ้าวัดที่ผลลัพธ์อย่างเดียว แต่สำหรับคนที่มีความสุขจากกระบวนการลงมือทำ เวลาที่ประหยัดได้ไม่ได้แปลว่าชีวิตดีขึ้นเสมอไปหรือเปล่า

ตารางเปรียบเทียบงานที่ควรโยนให้ AI กับงานที่ควรเก็บไว้ลงมือทำเอง

ทางออกที่ยังรักษาความสนุกของการลงมือทำไว้ได้

ทีนี้หลักคิดง่าย ๆ คือว่าแบ่งงานเป็นสองส่วน ส่วนที่น่าเบื่อซ้ำ ๆ ให้ AI ทำไปเลย ส่วนที่ท้าทายและเป็นจุดที่เราสนุกกับมันจริง ๆ เก็บไว้ทำเอง

งานที่ควรโยนให้ AI งานที่ควรเก็บไว้ทำเอง
งานซ้ำ ๆ ไม่มีความหมายพิเศษ เช่น จัดรูปแบบไฟล์ ค้นข้อมูลพื้นฐาน งานที่ท้าทายพอดีกับฝีมือเรา เช่น คิดไอเดียหลัก ตัดสินใจเชิงสร้างสรรค์

ตัวอย่าง prompt ที่ยังเปิดทางให้เราได้ลงมือ

ดังนั้นแทนที่จะขอให้ AI ทำให้เสร็จทั้งหมด ลองขอให้ช่วยแค่บางส่วนแล้วเปิดทางให้เราคิดต่อเอง แบบนี้ความท้าทายจะยังอยู่

ช่วยผมคิดไอเดียตั้งต้นสัก 3-4 แบบสำหรับ [งานที่ทำ]
ไม่ต้องเขียนให้เสร็จสมบูรณ์ แค่ร่างโครงหรือประเด็นหลักพอ
ที่เหลือผมจะเอาไปต่อยอดและลงมือทำเองต่อ

เอาจริง ๆ วิธีนี้อาจช้ากว่าให้ AI ทำให้เสร็จทั้งหมด แต่เก็บความรู้สึกได้ลงมือทำไว้ ซึ่งงานวิจัยเรื่อง Flow บอกไว้ชัดว่านั่นแหละคือส่วนที่ทำให้เรารู้สึกดื่มด่ำกับงาน ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์

ส่วนตัวผมว่าคำแนะนำที่บอกให้ใช้ AI ทำทุกอย่างเพื่อประหยัดเวลาที่สุด มองข้ามคนแบบนี้ไปเลย เพราะเวลาที่ประหยัดได้ไม่มีความหมาย ถ้าสิ่งที่เหลือให้เราทำกลายเป็นแค่กดปุ่มตรวจงานของ AI

แล้วถ้าเราแบ่งงานให้พอดีกับทักษะของตัวเองได้จริง ๆ AI จะกลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้เราสนุกกับงานมากขึ้นหรือเปล่า? หรือสุดท้ายความสบายที่มันมอบให้จะค่อย ๆ กลืนกินความสนุกของการลงมือทำไปทีละนิดโดยที่เราไม่ทันสังเกต?


เข้าสู่ระบบเพื่อกดถูกใจ

ความคิดเห็น (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย