ทำไมเพื่อนร่วมงานใช้ AI แล้วสนุก แต่เราอึดอัด
เพื่อนร่วมทีมตื่นเต้นกับ AI ทุกเช้า ส่วนเราอึดอัดทุกครั้งที่ต้องเปิดใช้มัน ความต่างนี้ไม่ได้อยู่ที่ใครเก่งกว่าใคร บทนี้ชวนดูว่าคนสี่แบบมีจุดสนุกกับ AI คนละจุด และควรคุยกันในทีมแบบไหนถึงไม่กลายเป็นการตัดสินกัน
เช้าวันจันทร์ที่ประชุมทีม เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเปิดหน้าจอโชว์รายงานที่ AI ช่วยทำเสร็จข้ามคืน หน้าตาตื่นเต้นเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ ผมนั่งยิ้มแหย ๆ คิดอยู่อย่างเดียวว่าทำไมใช้เครื่องมือเดียวกัน แต่เขาสนุกส่วนเรารู้สึกอึดอัดทุกครั้ง?
ไม่ใช่ว่าผมใช้ AI ไม่เป็น แต่ทุกครั้งที่ต้องพึ่งมันจริงจัง มีความรู้สึกแปลก ๆ แทรกมาตลอด เหมือนเดินอยู่บนพื้นที่ไม่มั่นคง ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมเดินเข้าไปใช้มันแบบไม่ลังเลเลย
พูดตรง ๆ ตอนแรกผมคิดว่าตัวเองแค่ตามเทคโนโลยีไม่ทัน แต่พอสังเกตทั้งทีมดี ๆ ถึงเห็นว่าความต่างนี้ไม่ได้อยู่ที่ใครเก่งกว่าใคร แต่อยู่ที่คนแต่ละแบบมีจุดสนุกกับ AI คนละจุด
เพื่อนสนุก เรารู้สึกแปลก ๆ ทำไมถึงต่างกันได้ขนาดนี้
จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ได้มีคำตอบเดียว แต่ถ้าลองใช้ MBTI เป็นภาษากลางจะเห็นภาพง่ายขึ้น ไม่ใช่เพราะมันแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ แต่เพราะเป็นคำศัพท์ที่คนทั่วไปคุ้นเคย
ก่อนไปต่อ ขอพูดตรง ๆ ว่า MBTI เป็นเครื่องมือที่นักจิตวิทยาถกเถียงกันเยอะ ผลทดสอบของคนคนเดียวยังเปลี่ยนไปได้เมื่อทำซ้ำ ไม่ใช่วิทยาศาสตร์แม่นยำอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ในบริบททีม มันช่วยให้เรามีคำศัพท์กลางพูดถึงความต่างโดยไม่ต้องชี้หน้าใคร ดังนั้นใช้เป็นจุดเริ่มคุยกัน ไม่ใช่ป้ายแปะตัดสินเพื่อนร่วมงาน

สี่แบบคน สี่จุดที่ทำให้สนุกกับ AI
ทีนี้ลองมาดูว่าแต่ละกลุ่มมีจุดที่สนุกกับ AI ตรงไหน แล้วอึดอัดตรงไหนบ้าง?
| กลุ่ม | สนุกกับ AI ตรงไหน | อึดอัดตรงไหน |
|---|---|---|
| NT | ใช้เป็นคู่คิดต่อยอดไอเดีย | หงุดหงิดเมื่อ AI ตอบผิดแบบมั่นใจ |
| NF | ใช้ช่วยงานที่ไม่ใช่เสียงของตัวเอง | กลัวงานที่ AI เขียนไม่ใช่ตัวเราจริง |
| SJ | ใช้กับงานที่ตรวจผลได้ทันที | ไม่ไว้ใจคำตอบที่ตรวจที่มาไม่ได้ |
| SP | ชอบลองผิดลองถูกกับมันไว ๆ | เบื่อเมื่อ AI ทำให้ทุกอย่างง่ายเกินไป |
จริง ๆ แล้วตารางนี้ไม่ได้บอกว่าคนแบบนี้เก่งกว่าคนแบบนั้น แค่บอกว่าแต่ละคนมีจุดสนุกกับจุดอึดอัดคนละจุด เพื่อนร่วมงานที่สนุกกับ AI ไม่ได้เก่งกว่าเรา เขาแค่เจอจุดที่ตรงกับตัวเองเร็วกว่าหรือเปล่า?
ความขัดแย้งที่เกิดจริงเวลาทีมมีคนหลายแบบ
เอาจริง ๆ เรื่องที่ผมเจอในทีมคือ มีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งอยากใช้ AI ทำแทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่ร่างแผนจนถึงตรวจงานตัวเอง ส่วนอีกคนไม่ไว้ใจ AI เลย ขอตรวจทุกบรรทัดด้วยตัวเองเสมอ
สองคนนี้เคยเถียงกันในที่ประชุมเรื่องเวลาตรวจงาน คนแรกบอกว่าเสียเวลาโดยใช่เหตุ คนที่สองบอกว่าถ้าไม่ตรวจแล้วพลาดใครจะรับผิดชอบ คือว่าทั้งคู่มีเหตุผลของตัวเอง ไม่มีใครผิด เพราะแต่ละคนกำลังปกป้องสิ่งที่ตัวเองให้ค่าอยู่
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ใครถูกใครผิด แต่อยู่ที่ทีมไม่เคยคุยกันตรง ๆ ว่าแต่ละคนกลัวอะไรกันแน่?

คุยกันยังไงไม่ให้กลายเป็นการตัดสินกัน
ดังนั้นก่อนจะเถียงกันเรื่องใช้ AI มากไปน้อยไป ลองถามตรง ๆ ว่ากลัวอะไรกันแน่ แทนที่จะถามว่าทำไมใช้เยอะขนาดนี้ หรือทำไมไม่ใช้เลย
เอาจริง ๆ คนที่ไม่ไว้ใจ AI อาจไม่ได้กลัวเทคโนโลยี แต่กลัวรับผิดชอบงานที่ตรวจไม่ทั่วถึงหรือเปล่า ส่วนคนที่ใช้ AI ทุกขั้นตอนอาจไม่ได้มองข้ามความเสี่ยง แต่เชื่อว่าเวลาที่ประหยัดคุ้มกว่าหรือเปล่า ถ้าถามแบบนี้แทนการตัดสิน บทสนทนาจะเปลี่ยนไป
ทีนี้ลองดูตัวอย่าง prompt ที่ใช้ช่วยร่างวงคุยในทีมก่อนจะถกกันเรื่อง AI
ช่วยร่างคำถามเปิดวงคุยทีม 5 ข้อ สำหรับให้สมาชิกทีมคุยกันเรื่องการใช้ AI ในงาน โดย
- เน้นถามความรู้สึกและความกังวลของแต่ละคน ไม่ใช่ถูกผิด
- ไม่มีคำถามที่ทำให้ใครรู้สึกว่ากำลังถูกตรวจสอบ
- ปิดท้ายด้วยคำถามที่ชวนหาจุดร่วมของทีม ไม่ใช่หาคนที่ต้องเปลี่ยนความคิด
ข้อตกลงทีมที่ควรมี
แบบนี้น่าจะช่วยได้ ทีมที่คุยเรื่อง AI ได้ดีมักมีข้อตกลงร่วมกันสักสองสามข้อ เช่นบอกกันตรง ๆ ว่างานชิ้นไหนใช้ AI ช่วย ตกลงกันว่างานแบบไหนต้องมีคนตรวจซ้ำเสมอ และไม่มีใครถูกบังคับให้ใช้หรือไม่ใช้ AI ในแบบที่ไม่สบายใจ
คือว่าข้อตกลงพวกนี้ไม่ได้ทำให้ทุกคนใช้ AI เหมือนกันหมด แค่ทำให้ความต่างที่มีอยู่แล้วไม่กลายเป็นความขัดแย้งที่ทำร้ายกัน
กลับมาที่เช้าวันจันทร์นั้น ผมยังไม่รู้ว่าตัวเองจะสนุกกับ AI แบบเพื่อนร่วมงานคนนั้นได้ไหม แต่คำถามที่เริ่มถามตัวเองแทนคือ ความอึดอัดที่รู้สึกอยู่ทุกวันนี้ เป็นเรื่องของ AI จริง ๆ หรือเป็นเรื่องที่เราไม่เคยคุยกับทีมตรง ๆ กันแน่
chat_bubble_outlineความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นได้เลย